ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก ปกติไหม? แยกอย่างไรจากกลิ่นไหม้
เผยแพร่ครั้งแรก: 16 กันยายน 2026 | อัปเดตล่าสุด: 16 กันยายน 2026
ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก เล็กน้อยตั้งแต่แกะกล่อง อาจเป็นกลิ่นจากวัสดุใหม่ บรรจุภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนพลาสติก และควรค่อย ๆ จางลงเมื่อวางในที่อากาศถ่ายเท แต่ไม่ควรเหมารวมว่ากลิ่นทุกแบบเป็นเรื่องปกติ หากกลิ่นแรงขึ้นเมื่อจ่ายไฟ มีกลิ่นไหม้ฉุน ความร้อนผิดปกติ รอยดำ พลาสติกเปลี่ยนรูป ควัน เสียงจี่ หรือเบรกเกอร์ตัด ให้หยุดใช้ทันที

สรุป ก่อนตัดสินใจใช้ต่อ
- กลิ่นวัสดุใหม่: มักสังเกตได้ตั้งแต่ก่อนเสียบไฟหรือหลังแกะบรรจุภัณฑ์ และควรลดลงเมื่อเวลาผ่านไป/อากาศถ่ายเท
- กลิ่นไหม้: หากเริ่มหรือแรงขึ้นตอนเปิดใช้งาน โดยเฉพาะร่วมกับความร้อน รอยดำ ควัน หรือพลาสติกผิดรูป ให้หยุดใช้
- อย่าตัดสินจากกลิ่นอย่างเดียว: ต้องดูหัวปลั๊ก สาย เต้ารับ สวิตช์ อุณหภูมิ เสียง และการตัดของ Circuit Breaker ร่วมกัน
- ไม่ควร “เบิร์นอิน” ด้วยโหลดสูง: อย่าเสียบเครื่องกินไฟมากเพื่อหวังให้กลิ่นพลาสติกใหม่หายเร็วขึ้น
- หากแยกไม่ออกว่ากลิ่นมาจากรางปลั๊กหรือเต้ารับผนัง: หยุดใช้ก่อนและตรวจต้นทาง ไม่ควรเสียบทดลองซ้ำหลายรอบ
สารบัญ
- กลิ่นพลาสติกใหม่เกิดได้จากอะไร
- แยกกลิ่นใหม่กับกลิ่นไหม้
- ควรเช็กอะไรก่อนใช้ครั้งแรก
- ถ้ากลิ่นเกิดตอนใช้งานต้องทำอย่างไร
- แยกว่ากลิ่นมาจากตรงไหน
- อาการที่ต้องหยุดใช้ทันที
- กลิ่นจากบรรจุภัณฑ์ vs ตอนมีไฟ
- กลิ่นตอนใช้ USB/Type-C
- ก่อนส่งเคลมควรเก็บข้อมูลอะไร
- ต้องรอกี่วันถึงรู้ว่าไม่ปกติ
- กลิ่นทั้งห้องหาแหล่งไม่เจอ
- Checklist ใช้ครั้งแรก
- ข้อควรระวังและข้อจำกัด
- FAQ
ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก เกิดขึ้นได้จากอะไร?
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่สามารถมีกลิ่นเฉพาะของพลาสติกหรือวัสดุใหม่ได้ LG อธิบายว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้ชิ้นส่วนและฝาครอบพลาสติก และถ้าผลิตภัณฑ์ถูกบรรจุก่อนกลิ่นจากวัสดุระบายออกหมด อาจมีกลิ่นพลาสติกหลังเปิดกล่อง โดยกลิ่นลักษณะนี้ควรจางลงเองเมื่อเวลาผ่านไปและการระบายอากาศช่วยให้จางเร็วขึ้น
Samsung ก็มีคำแนะนำในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทว่า กลิ่นพลาสติกในช่วงแรกอาจเกิดจากชิ้นส่วนใหม่และควรมีแนวโน้มลดลง พร้อมให้ตรวจว่าแหล่งกลิ่นมาจากตัวเครื่องจริงหรือมาจากเต้ารับ/สายไฟ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้เป็นตัวอย่างจากอุปกรณ์ประเภทอื่น ไม่ใช่หลักฐานว่าปลั๊กพ่วงทุกยี่ห้อหรือทุกรุ่นต้องมีกลิ่น ดังนั้นบทนี้จะใช้ “แนวโน้มของกลิ่น” และ “อาการร่วม” เป็นเกณฑ์แทนการฟันธงจากคำว่าของใหม่
BLL ไม่ได้ระบุว่าปลั๊กพ่วงใหม่ทุกชิ้นต้องมีกลิ่น
ถ้าสินค้าใหม่ไม่มีกลิ่นเลยถือว่าปกติ เช่นเดียวกับกรณีที่มีกลิ่นวัสดุอ่อน ๆ ซึ่งควรลดลง การใช้บทนี้จึงไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้ฝืนใช้สินค้าที่มีกลิ่นไหม้หรือความร้อนผิดปกติ
แยก “กลิ่นพลาสติกใหม่” กับ “กลิ่นไหม้” อย่างไร?
BLL ระบุในบท สาเหตุปลั๊กไฟไหม้ มีรอยดำ เกิดจากอะไร? ว่ากลิ่นไหม้ รอยดำ รอยละลาย เสียงซ่า หรือความร้อนผิดปกติเป็นสัญญาณที่ควรหยุดใช้ทันที ดังนั้นถ้า ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นวัสดุ แต่มีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรอธิบายว่าเป็น “กลิ่นของใหม่”
ก่อนใช้ปลั๊กพ่วงใหม่ครั้งแรก ควรเช็กอะไรบ้าง?
- ตรวจบรรจุภัณฑ์และตัวสินค้า: เอาฟิล์ม ถุง หรือวัสดุป้องกันที่ผู้ผลิตกำหนดให้นำออกก่อนใช้งานออกให้ครบ โดยไม่แกะชิ้นส่วนของตัวปลั๊ก
- ดมจากระยะปกติก่อนเสียบไฟ: ถ้ามีกลิ่นพลาสติกตั้งแต่ยังไม่ต่อไฟ ให้สังเกตว่ากลิ่นจางลงหลังวางในที่อากาศถ่ายเทหรือไม่
- ตรวจหัวปลั๊กและสาย: ไม่มีรอยแตก บิด งอ บวม รอยดำ หรือความเสียหายจากการขนส่ง
- ตรวจเต้ารับและสวิตช์: ไม่แตก หลวม บิดเบี้ยว หรือมีชิ้นส่วนผิดรูป
- อ่านพิกัดบนฉลาก: ใช้งานไม่เกิน Watt/Amp ที่ระบุของรุ่นจริง และไม่ใช้เครื่องกำลังสูงเป็น “โหลดทดสอบ” เพื่อเร่งให้กลิ่นหาย
สำหรับการตรวจสินค้าโดยรวม สามารถใช้ Safety Checklist ปลั๊กไฟ 9 จุด เพื่อดูเต้ารับ สาย หัวปลั๊ก สวิตช์ โหลด และตำแหน่งวางก่อนเริ่มใช้งาน
ถ้ากลิ่นชัดขึ้นหลังเปิดใช้งาน ต้องทำอย่างไร?
หาก ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นวัสดุอ่อน ๆ ก่อนใช้งาน แต่กลิ่นกลับแรงขึ้นชัดเมื่อเปิดสวิตช์หรือเสียบอุปกรณ์ ให้หยุดเพิ่มโหลดและตรวจอาการร่วม ไม่ควรจงใจใช้งานต่อเพื่อ “เผากลิ่นออก” เพราะถ้าต้นเหตุเป็นจุดสัมผัสที่ร้อนหรือชิ้นส่วนผิดปกติ การเพิ่มเวลาและโหลดอาจทำให้ความเสียหายมากขึ้น
ถ้าพบว่าหัวปลั๊ก เต้ารับ สวิตช์ หรือสายร้อนผิดปกติ ให้อ่าน ปลั๊กไฟร้อน อันตรายไหม? และหยุดใช้ก่อนตรวจโหลดกับหน้าสัมผัส ไม่ควรรอให้มีกลิ่นแรงหรือเกิดรอยดำก่อนจึงหยุด
แยกให้ได้ว่ากลิ่นมาจากตัวปลั๊กพ่วง อะแดปเตอร์ หรือเต้ารับผนัง
Samsung แนะนำในกรณีกลิ่นจากเครื่องใช้ใหม่ให้ตรวจด้วยว่าแหล่งกลิ่นไม่ได้มาจากเต้ารับหรือสายไฟ หลักนี้ใช้เป็นแนวคิดที่ดีสำหรับปลั๊กพ่วงเช่นกัน เพราะกลิ่นจากอะแดปเตอร์ หัวชาร์จ เต้ารับผนัง หรือสายของเครื่องใช้ อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกลิ่นจากรางปลั๊ก
- กลิ่นมาจากตัวรางหรือสวิตช์: หยุดใช้หากกลิ่นแรงขึ้นเมื่อมีไฟหรือมีความร้อนร่วมด้วย
- กลิ่นมาจากหัวปลั๊กที่ผนัง: ตรวจเต้ารับผนังด้วย โดยเฉพาะความหลวม รอยดำ และความร้อน
- กลิ่นตามอะแดปเตอร์ตัวเดียว: แยกอุปกรณ์นั้นออกและตรวจตามคู่มือผู้ผลิต ไม่ควรสรุปว่ารางปลั๊กเป็นต้นเหตุ
- แยกแหล่งกลิ่นไม่ได้: หยุดใช้ก่อน ไม่เอาหน้าเข้าไปใกล้และไม่ทดลองเสียบ–ถอดหลายครั้งเพื่อดมหาตำแหน่ง
7 อาการที่ต้องหยุดใช้ทันที ไม่ควรรอดูว่ากลิ่นจะหายไหม
- กลิ่นฉุนคล้ายพลาสติกร้อนหรือกลิ่นไหม้เกิดขึ้นหลังจ่ายไฟ
- กลิ่นแรงขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้งานหรือเมื่อเพิ่มโหลด
- หัวปลั๊ก เต้ารับ สวิตช์ ตัวราง หรือสายร้อนผิดปกติ
- มีรอยดำ สีคล้ำ พลาสติกบวม ละลาย หรือเสียรูป
- มีควัน เสียงจี่ เสียงซ่า เสียงแตก หรือประกายไฟ
- อุปกรณ์ที่เสียบอยู่ติด ๆ ดับ ๆ หรือชาร์จไม่ต่อเนื่อง
- Circuit Breaker ตัดซ้ำ หรือระบบไฟต้นทางมีอาการผิดปกติร่วม
Samsung และ LG แสดงให้เห็นว่ากลิ่นจากวัสดุใหม่ควรมีแนวโน้มลดลง ไม่ใช่เพิ่มขึ้น ขณะที่ BLL ระบุให้หยุดใช้เมื่อมีกลิ่นไหม้ ความร้อน รอยดำ หรือความเสียหายชัดเจน ดังนั้น “กลิ่นแรงขึ้นเมื่อใช้งาน” มีน้ำหนักต่างจาก “กลิ่นใหม่ที่จางลงเมื่อวางทิ้งไว้” อย่างชัดเจน
ถ้าเป็นเพียงกลิ่นวัสดุใหม่ ควรทำอย่างไร?
หากสินค้าไม่มีอาการผิดปกติอื่นและกลิ่นมีตั้งแต่ก่อนเสียบไฟ สามารถวางอุปกรณ์ที่ยังไม่ต่อไฟในพื้นที่แห้ง อากาศถ่ายเท และพ้นแสงแดดจัดหรือแหล่งความร้อน เพื่อให้กลิ่นจากวัสดุและบรรจุภัณฑ์ค่อย ๆ ลดลง ไม่ควรฉีดน้ำหอม สเปรย์ แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาลงบนรางปลั๊กเพื่อกลบกลิ่น
หากกลิ่นยังแรงมาก ไม่ลดลง หรือทำให้ไม่มั่นใจในสภาพสินค้า ควรหยุดใช้และติดต่อผู้ขายหรือผู้ผลิตพร้อมแจ้งรุ่นสินค้า วันที่แกะกล่อง และอาการที่พบ แทนการใช้งานต่อเพื่อพิสูจน์ว่ากลิ่นจะหายเอง
กลิ่นจากกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ ต่างจากกลิ่นที่เกิดตอนมีไฟอย่างไร?
ถ้ากลิ่นชัดตั้งแต่เปิดกล่องและลดลงเมื่อแยกตัวสินค้าออกจากถุง ฟิล์ม หรือกล่อง อาจมีส่วนจากบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุใหม่ร่วมด้วย วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือวางตัวปลั๊กพ่วงที่ยังไม่ต่อไฟไว้ในพื้นที่แห้งและอากาศถ่ายเท แล้วสังเกตแนวโน้มของกลิ่น ไม่ควรรีบเสียบโหลดสูงเพื่อพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ปกติ
ในทางกลับกัน ถ้าแทบไม่มีกลิ่นตอนยังไม่ต่อไฟ แต่กลิ่นเริ่มชัดทันทีหลังเสียบเข้าผนัง เปิดสวิตช์ หรือเริ่มจ่ายไฟให้อุปกรณ์ ควรให้น้ำหนักกับการตรวจความร้อนและจุดเชื่อมต่อมากขึ้น โดยเฉพาะหัวปลั๊ก สวิตช์ ช่องเต้ารับ และบริเวณที่เสียบกับเต้ารับผนัง
ถ้ากลิ่นเกิดเฉพาะตอนใช้ USB หรือ Type-C ต้องดูอะไรเพิ่ม?
ปลั๊กพ่วงบางรุ่นมีวงจรจ่ายไฟสำหรับพอร์ตชาร์จอยู่ภายใน หากตัวรางไม่มีกลิ่นตอนใช้ช่อง AC แต่เริ่มมีกลิ่นผิดปกติเฉพาะเมื่อใช้ USB หรือ Type-C ไม่ควรสรุปว่าเป็นเรื่องของสายชาร์จอย่างเดียว ให้หยุดใช้พอร์ตนั้นและตรวจว่ามีความร้อนผิดปกติที่ตัวราง พอร์ต หัวชาร์จ หรือสายหรือไม่
ถ้ากลิ่นตามไปกับสายหรืออุปกรณ์ปลายทางเมื่อเปลี่ยนไปใช้แหล่งจ่ายอื่นที่ปกติ ปัญหาอาจอยู่ที่อุปกรณ์นั้น แต่ถ้ากลิ่นคงอยู่ที่ตัวปลั๊กพ่วง ไม่ควรแกะฝาเพื่อหาวงจรที่มีกลิ่น ควรหยุดใช้และติดต่อผู้ขายหรือศูนย์บริการของรุ่นจริง
สินค้าใหม่เพิ่งซื้อมา มีกลิ่นแรง ควรทำอย่างไรก่อนส่งเคลม?
หากสินค้าเพิ่งแกะกล่องและกลิ่นแรงผิดปกติ ควรหยุดใช้และเก็บข้อมูลสภาพเดิมไว้ก่อน ไม่ควรล้าง ขัด ฉีดน้ำยา หรือเปิดฝา เพราะจะทำให้ตรวจต้นเหตุได้ยากขึ้น ควรถ่ายภาพตัวสินค้า ฉลาก รุ่น กล่อง และจุดที่สงสัย รวมถึงจดว่าได้กลิ่นตั้งแต่ก่อนเสียบไฟหรือหลังเริ่มใช้งาน
- ระบุวันที่แกะกล่องและเริ่มใช้งานครั้งแรก
- บอกว่ากลิ่นมีตั้งแต่ยังไม่ต่อไฟ หรือเกิดเมื่อเปิดสวิตช์/เสียบโหลด
- ระบุว่ามีความร้อน รอยดำ ควัน เสียงผิดปกติ หรือ Breaker ตัดร่วมด้วยหรือไม่
- ถ่ายภาพหัวปลั๊ก สาย สวิตช์ และเต้ารับโดยไม่เปิดฝาตัวเครื่อง
- หยุดใช้จนกว่าจะได้รับคำแนะนำ หากอาการมีแนวโน้มเป็นกลิ่นไหม้หรือความร้อนผิดปกติ
ต้องรอกี่วันถึงจะบอกได้ว่ากลิ่นไม่ปกติ?
ไม่ควรกำหนดจำนวนวันตายตัวให้ปลั๊กพ่วงทุกแบบ เพราะวัสดุ บรรจุภัณฑ์ การเก็บสินค้า อุณหภูมิห้อง และการระบายอากาศต่างกัน สิ่งที่สำคัญกว่าคือแนวโน้ม: กลิ่นวัสดุใหม่ควรลดลง ไม่ใช่แรงขึ้นเมื่อมีไฟหรือเพิ่มโหลด และต้องไม่มีความร้อน รอยไหม้ ควัน หรืออาการทางไฟฟ้าร่วม
หากผ่านการวางในที่อากาศถ่ายเทแล้วกลิ่นยังแรงเท่าเดิม หรือกลับชัดขึ้นทุกครั้งที่ใช้งาน ควรหยุดใช้และติดต่อผู้ขายหรือผู้ผลิต ไม่จำเป็นต้องรอครบจำนวนวันใดวันหนึ่งเพื่อพิสูจน์ว่าอุปกรณ์มีปัญหา
ถ้าทั้งห้องมีกลิ่น แต่หาแหล่งไม่เจอ ควรทำอย่างไร?
อย่าดมใกล้เต้ารับหรืออุปกรณ์ที่กำลังมีไฟเพื่อค้นหาต้นเหตุ หากมีกลิ่นคล้ายไหม้ทั่วบริเวณ ให้หยุดใช้อุปกรณ์ที่สงสัยและตรวจจากระยะปลอดภัยว่ามีควัน รอยดำ ความร้อน หรือเสียงผิดปกติที่เต้ารับผนังหรือไม่ หากสงสัยว่ากลิ่นมาจากระบบไฟอาคารมากกว่าตัวปลั๊กพ่วง ควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ตรวจ
หากกลิ่นหายไปหลังย้ายกล่อง ถุงพลาสติก หรือวัสดุบรรจุออกจากห้อง และตัวปลั๊กพ่วงไม่มีอาการผิดปกติ นั่นช่วยแยกแหล่งกลิ่นได้โดยไม่ต้องทดลองเพิ่มโหลด แต่หากกลิ่นกลับมาทุกครั้งเมื่อจ่ายไฟ ควรหยุดใช้สินค้านั้นก่อน
Checklist 6 ข้อ เมื่อต้องใช้ปลั๊กพ่วงใหม่เป็นครั้งแรก
- ดูสภาพก่อน: ตัวราง สวิตช์ สาย และหัวปลั๊กต้องไม่มีรอยแตก บิด งอ บวม หรือรอยดำจากการขนส่ง
- สังเกตกลิ่นก่อนเสียบไฟ: ถ้ามีกลิ่นตั้งแต่ยังไม่ต่อไฟ ให้แยกกล่องและบรรจุภัณฑ์ออก แล้ววางในที่อากาศถ่ายเทก่อน
- อ่านฉลาก: ตรวจแรงดัน กระแส กำลังไฟสูงสุด และเงื่อนไขการใช้งานของรุ่นจริงก่อนต่ออุปกรณ์
- เริ่มใช้งานตามปกติ: ไม่ต้องเพิ่มโหลดสูงเพื่อทดสอบสินค้า และไม่ต้องเปิดทิ้งไว้นานกว่าการใช้งานจริงเพื่อเร่งให้กลิ่นหาย
- สังเกตระหว่างใช้งาน: ถ้ามีกลิ่นแรงขึ้น ร้อน จี่ ซ่า หรือมีสีเปลี่ยน ให้หยุดใช้ทันที
- ตรวจเต้ารับผนัง: หากหัวปลั๊กหลวม ร้อน หรือมีกลิ่นจากผนัง ให้หยุดใช้จุดนั้นและตรวจต้นทางก่อน
ถ้า ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก แต่ผ่าน Checklist นี้โดยไม่มีอาการผิดปกติ และกลิ่นมีแนวโน้มลดลงเมื่อวางในที่อากาศถ่ายเท ก็สามารถติดตามอาการต่อได้ตามคู่มือของรุ่นจริง แต่ถ้ากลิ่นสวนทางคือแรงขึ้นเมื่อมีไฟ ให้หยุดใช้และติดต่อผู้ขายหรือศูนย์บริการแทนการทดลองต่อ

ข้อควรระวังและข้อจำกัด
มนุษย์รับรู้และเรียกกลิ่นไม่เหมือนกัน คำว่า “กลิ่นพลาสติก”, “กลิ่นไฟฟ้า”, “กลิ่นยาง” หรือ “กลิ่นไหม้” จึงใช้ยืนยันสาเหตุทางไฟฟ้าไม่ได้จากกลิ่นอย่างเดียว หาก ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นผิดปกติ แต่ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นวัสดุใหม่หรือความร้อนผิดปกติ ให้ใช้สภาพอุปกรณ์และอาการร่วมเป็นเกณฑ์ และเลือกหยุดใช้ก่อนหากมีข้อสงสัย
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- ไม่เสียบโหลดสูงเพื่อหวังให้กลิ่นวัสดุใหม่หายเร็วขึ้น
- ไม่ปิดคลุมรางปลั๊กเพื่อกักหรือกลบกลิ่น เพราะอาจกักความร้อนและทำให้ตรวจอาการยากขึ้น
- ไม่ฉีดน้ำหอม น้ำยา แอลกอฮอล์ หรือสเปรย์เข้าเต้ารับ สวิตช์ หรือพอร์ตชาร์จ
- ไม่เอาหน้าเข้าไปใกล้หัวปลั๊กหรือเต้ารับขณะมีไฟเพื่อดมหาต้นเหตุ
- ไม่แกะฝารางปลั๊กเพื่อดูว่ามีชิ้นส่วนร้อนหรือไหม้ตรงไหน
- ไม่กด Reset Circuit Breaker ซ้ำ หากตัดร่วมกับกลิ่นไหม้หรือความร้อนผิดปกติ
FAQ ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติกและการแยกกลิ่นไหม้
1. ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก แต่ยังไม่ได้เสียบไฟ ปกติไหม?
อาจเป็นกลิ่นจากวัสดุใหม่หรือบรรจุภัณฑ์ได้ โดยเฉพาะถ้ามีกลิ่นตั้งแต่แกะกล่องและค่อย ๆ จางลงเมื่อวางในที่อากาศถ่ายเท แต่ BLL ไม่ได้ระบุว่าปลั๊กพ่วงใหม่ทุกชิ้นต้องมีกลิ่น หากกลิ่นแรงมากหรือไม่ลดลง ควรติดต่อผู้ขายหรือผู้ผลิต
2. กลิ่นพลาสติกแรงขึ้นหลังเปิดสวิตช์ ยังใช้ต่อได้ไหม?
ไม่ควรฝืนใช้ต่อเพื่อรอดู หากกลิ่นแรงขึ้นหลังจ่ายไฟให้หยุดใช้และตรวจความร้อน รอยดำ พลาสติกผิดรูป เสียงผิดปกติ และโหลดที่ใช้งาน หากมีอาการร่วมข้อใดข้อหนึ่งให้หยุดใช้ทันที
3. กลิ่นไหม้กับกลิ่นพลาสติกใหม่ดูจากอะไรแม่นที่สุด?
อย่าดูจากคำบรรยายกลิ่นเพียงอย่างเดียว ให้ดูเวลาเกิดและอาการร่วม กลิ่นวัสดุใหม่มักมีตั้งแต่ก่อนจ่ายไฟและควรลดลง ส่วนกลิ่นที่แรงขึ้นเมื่อใช้งานร่วมกับความร้อน รอยดำ ควัน เสียงซ่า หรือพลาสติกเสียรูปควรถูกมองเป็นสัญญาณอันตราย
4. เปิดใช้งานทิ้งไว้เพื่อให้กลิ่นของใหม่หายเร็วขึ้นได้ไหม?
ไม่แนะนำสำหรับปลั๊กพ่วง ไม่ควรเพิ่มเวลาใช้งานหรือโหลดเพื่อทำ burn-in หากเป็นกลิ่นจากวัสดุใหม่ ให้ใช้การระบายอากาศขณะอุปกรณ์ไม่ต่อไฟ และใช้งานภายหลังตามพิกัดและคู่มือของรุ่นจริง
5. ถ้ามีกลิ่นไหม้แต่ Circuit Breaker ยังไม่ตัด แปลว่าปลอดภัยไหม?
ไม่ใช่ Circuit Breaker ทำงานตามเงื่อนไขที่ออกแบบไว้และไม่ได้ตรวจความผิดปกติทุกชนิด หากมีกลิ่นไหม้ ความร้อน รอยดำ เสียงผิดปกติ หรือพลาสติกเสียรูป ต้องหยุดใช้แม้เบรกเกอร์ยังไม่ตัด
สรุป กลิ่นของใหม่ควรจางลง ส่วนกลิ่นที่แรงขึ้นเมื่อมีไฟต้องหยุดตรวจ
หาก ปลั๊กพ่วงใหม่มีกลิ่นพลาสติก ตั้งแต่แกะกล่อง แต่ไม่มีความร้อน รอยดำ ควัน เสียงผิดปกติ หรือความเสียหาย และกลิ่นค่อย ๆ ลดลงเมื่อวางในที่อากาศถ่ายเท อาจเป็นกลิ่นจากวัสดุใหม่ได้ แต่หากกลิ่นเริ่มหรือแรงขึ้นเมื่อจ่ายไฟ โดยเฉพาะร่วมกับความร้อน พลาสติกผิดรูป ประกายไฟ เสียงจี่ หรือเบรกเกอร์ตัด ให้หยุดใช้ทันที ไม่ควรอธิบายว่าเป็นเพียงกลิ่นของใหม่

