IP Rating คืออะไร? วิธีดูค่า IP บนปลั๊กไฟ และความหมายของตัวเลขแต่ละระดับ
เผยแพร่ครั้งแรก: 27 สิงหาคม 2026 | อัปเดตล่าสุด: 30 กันยายน 2026
IP Rating หรือ IP Code คือรหัสที่ใช้ระบุระดับการป้องกันของตัวเรือนอุปกรณ์ต่อการเข้าถึงส่วนอันตราย วัตถุแข็ง ฝุ่น และน้ำ ตามมาตรฐาน IEC 60529 โดยตัวเลขหลักแรกบอกการป้องกันวัตถุแข็งและการเข้าถึงส่วนอันตราย ส่วนหลักที่สองบอกการป้องกันน้ำ ดังนั้นต้องอ่านตัวเลขแต่ละหลักแยกกัน และไม่ควรใช้ค่า IP แทนพิกัด Watt, Amp หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์
สรุป วิธีอ่านค่า IP Rating
- IP คือรหัสการป้องกันของตัวเรือน: ใช้บอกการป้องกันวัตถุแข็ง การเข้าถึงส่วนอันตราย และน้ำตามเงื่อนไขการทดสอบ
- เลขหลักแรก 0–6: เกี่ยวข้องกับวัตถุแข็ง การสัมผัสส่วนอันตราย และฝุ่น โดยระดับ 5 คือ Dust-protected และระดับ 6 คือ Dust-tight
- เลขหลักที่สอง 0–9: เกี่ยวข้องกับน้ำ ตั้งแต่น้ำหยด การกระเด็น การฉีดน้ำ การแช่น้ำ ไปจนถึงน้ำแรงดันและอุณหภูมิสูง
- 0 กับ X ไม่เหมือนกัน: เลข 0 หมายถึงไม่มีระดับการป้องกันตามหัวข้อนั้น ส่วน X หมายถึงไม่ได้ระบุเลขระดับนั้น
- IP20 / IP44 / IP54 / IP65 ต้องอ่านสองหลักแยกกัน: เช่น IP65 คือหลักแรก 6 = Dust-tight และหลักที่สอง 5 = Water jets ไม่ได้หมายถึง “กันน้ำระดับ 65”
- IP สูงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกตำแหน่ง: ยังต้องดูว่าผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้ในบ้าน กึ่งกลางแจ้ง หรือกลางแจ้งจริงหรือไม่ รวมถึงแดด ฝน การติดตั้ง ฝาปิด หัวต่อ และสภาพแวดล้อมอื่น
- IP65 ไม่ได้แปลว่าจุ่มน้ำได้: เลขหลักที่สอง 5 หมายถึงการทดสอบ Water jets ส่วนการแช่น้ำอยู่ที่ระดับ 7 หรือ 8 ซึ่งเป็นคนละวิธีทดสอบ
- อย่าดู IP อย่างเดียว: การเลือกปลั๊กไฟยังต้องตรวจ มอก. พิกัด Volt/Amp/Watt สายดิน ระบบป้องกัน คู่มือ และเงื่อนไขของรุ่นจริง

IP Rating คืออะไร?
IP Rating เป็นคำที่นิยมใช้เรียกระดับการป้องกันของตัวเรือนอุปกรณ์ ขณะที่มาตรฐาน IEC 60529 ใช้คำว่า IP Code โดยตัวอักษร IP หมายถึง International Protection มาตรฐานนี้ใช้จำแนกระดับการป้องกันที่ตัวเรือนมีต่อการเข้าถึงส่วนที่เป็นอันตราย การเข้าสู่ภายในของวัตถุแข็ง รวมถึงผลเสียจากน้ำ
ในการใช้งานทั่วไป คนมักเรียก IP Rating ว่า “ค่ากันน้ำ” หรือ “ค่ากันฝุ่น” แต่คำเรียกดังกล่าวอาจทำให้เข้าใจไม่ครบ เพราะเลขหลักแรกยังเกี่ยวข้องกับการป้องกันการเข้าถึงส่วนอันตราย เช่น ด้วยนิ้วหรือเครื่องมือ และเลขหลักที่สองระบุเฉพาะเงื่อนไขการป้องกันน้ำที่ผ่านการทดสอบ ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์สามารถใช้งานในน้ำหรือกลางแจ้งได้ทุกสถานการณ์
หลักสำคัญที่ควรรู้
อย่าอ่าน IPxx เป็น “คะแนนรวม” เช่น IP65 ไม่ได้หมายความว่าได้ 65 คะแนน หรือกันน้ำ 65% แต่ต้องอ่านเป็น IP + เลข 6 + เลข 5 โดยเลขแต่ละตำแหน่งมีความหมายและวิธีทดสอบแยกจากกัน
วิธีอ่านรหัส IPxx ต้องดูตรงไหน?
รูปแบบพื้นฐานสามารถอ่านได้เป็น IP + ตัวเลขหลักแรก + ตัวเลขหลักที่สอง เช่น IP20, IP44 หรือ IP65 หากตำแหน่งใดไม่ได้ระบุระดับด้วยตัวเลข อาจใช้ตัวอักษร X แทน เช่น IPX4
| ส่วนของรหัส | ตัวอย่าง | ความหมาย |
|---|---|---|
| ตัวอักษรนำหน้า | IP | International Protection |
| เลขหลักแรก | 6 | ระดับการป้องกันวัตถุแข็งและการเข้าถึงส่วนอันตราย โดยระดับ 6 คือ Dust-tight |
| เลขหลักที่สอง | 5 | ป้องกันผลเสียจากน้ำที่ฉีดเป็นลำตามเงื่อนไขการทดสอบระดับ 5 |
จำง่าย: เลขแรกดูของแข็ง/ฝุ่น เลขสองดูน้ำ
| ตำแหน่ง | บอกเรื่องอะไร | ตัวอย่าง IP54 |
|---|---|---|
| เลขหลักแรก | วัตถุแข็ง การเข้าถึงส่วนอันตราย และในระดับ 5–6 เกี่ยวข้องโดยตรงกับฝุ่น | 5 = Dust-protected |
| เลขหลักที่สอง | ผลเสียจากน้ำตามลักษณะการทดสอบ เช่น หยด กระเด็น ฉีด หรือแช่ | 4 = น้ำกระเด็น |
ดังนั้น IP54 ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่า IP44 ทุกด้าน” เพียงเพราะตัวเลขรวมมากกว่า: ทั้งคู่มีระดับน้ำเป็น 4 เท่ากัน ความต่างคือเลขหลักแรก IP54 มีระดับ Dust-protected ขณะที่ IP44 เป็นการป้องกันวัตถุประมาณ 1 มม. ขึ้นไป
ถ้าเห็นตัว X: เช่น IPX4 หมายความว่ามีการระบุระดับการป้องกันน้ำเป็นระดับ 4 แต่ไม่ได้ระบุตัวเลขระดับการป้องกันวัตถุแข็งในตำแหน่งแรก จึงไม่ควรตีความ X ว่าเท่ากับ 0 หรือเท่ากับ “กันฝุ่นไม่ได้” โดยอัตโนมัติ
ตัวเลขหลักแรกของ IP Rating หมายถึงอะไร? ระดับ 0–6
เลขหลักแรกเกี่ยวข้องกับการป้องกันการเข้าสู่ภายในของวัตถุแข็ง และการป้องกันบุคคลจากการเข้าถึงส่วนที่เป็นอันตราย ระดับมีตั้งแต่ 0 ถึง 6 โดยตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไปจึงเข้าสู่การจำแนกด้านฝุ่นโดยตรง
| ระดับ | การป้องกันวัตถุแข็ง | การเข้าถึงส่วนอันตราย | ความหมายแบบเข้าใจง่าย |
|---|---|---|---|
| 0 | ไม่มีการป้องกันที่ระบุ | ไม่มีการป้องกันที่ระบุ | ไม่ควรตีความว่ามีการป้องกันวัตถุแข็งตามระบบ IP |
| 1 | วัตถุขนาดประมาณ 50 มม. ขึ้นไป | หลังมือ | ป้องกันการเข้าถึงด้วยพื้นผิวร่างกายขนาดใหญ่ในระดับที่กำหนด |
| 2 | วัตถุขนาดประมาณ 12.5 มม. ขึ้นไป | นิ้ว | ช่วยป้องกันการเข้าถึงส่วนอันตรายด้วยนิ้วตามเงื่อนไขการทดสอบ |
| 3 | วัตถุขนาดประมาณ 2.5 มม. ขึ้นไป | เครื่องมือ | ป้องกันวัตถุหรือเครื่องมือขนาดเล็กลงกว่าระดับ 2 |
| 4 | วัตถุขนาดประมาณ 1 มม. ขึ้นไป | ลวด | ป้องกันวัตถุแข็งขนาดเล็กกว่าระดับก่อนหน้า แต่ยังไม่ได้หมายถึง Dust-tight |
| 5 | Dust-protected | ป้องกันการเข้าถึงด้วยลวดตามเกณฑ์ | ฝุ่นอาจเข้าได้บางส่วน แต่ต้องไม่เข้าในปริมาณที่รบกวนการทำงานหรือความปลอดภัยตามเกณฑ์ |
| 6 | Dust-tight | ป้องกันการเข้าถึงด้วยลวดตามเกณฑ์ | ไม่มีฝุ่นเข้าสู่ตัวเรือนภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด |
จุดที่มักเข้าใจผิดคือเลข 1–4 ไม่ใช่ “ระดับกันฝุ่นเป็นเปอร์เซ็นต์” เช่น เลข 2 ไม่ได้หมายถึงกันฝุ่นระดับ 2 แต่หมายถึงระดับการป้องกันวัตถุแข็งและการเข้าถึงส่วนอันตรายตามขนาดที่กำหนด
ตัวเลขหลักที่สองของ IP Rating หมายถึงอะไร? ระดับ 0–9
เลขหลักที่สองระบุระดับการป้องกันผลเสียจากน้ำตามวิธีทดสอบที่กำหนด ตั้งแต่น้ำหยดไปจนถึงน้ำแรงดันและอุณหภูมิสูง การอ่านต้องอ้างอิงลักษณะการทดสอบ ไม่ควรแปลแบบกว้างว่าเลขมากกว่าหมายถึงสามารถนำไปใช้กับน้ำได้ทุกแบบ
| ระดับ | ลักษณะน้ำ | ความหมายโดยสรุป |
|---|---|---|
| 0 | ไม่มีระดับการป้องกันน้ำ | ไม่มีการป้องกันผลเสียจากน้ำที่ระบุตาม IP Code |
| 1 | น้ำหยดในแนวดิ่ง | น้ำที่หยดลงในแนวดิ่งต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียตามเกณฑ์ |
| 2 | น้ำหยดเมื่อเอียงตัวเรือนไม่เกิน 15° | ทดสอบน้ำหยดโดยตัวเรือนเอียงจากแนวดิ่งตามมุมที่กำหนด |
| 3 | น้ำฉีดพ่น | ป้องกันผลเสียจากน้ำที่พ่นเข้าหาตัวเรือนในมุมสูงสุด 60° จากแนวดิ่งตามการทดสอบ |
| 4 | น้ำกระเด็น | น้ำที่กระเด็นเข้าหาตัวเรือนจากทิศทางต่าง ๆ ต้องไม่ก่อให้เกิดผลเสียตามเกณฑ์ |
| 5 | Water jets | ป้องกันผลเสียจากน้ำที่ฉีดเป็นลำเข้าหาตัวเรือนตามเงื่อนไขการทดสอบ |
| 6 | Powerful water jets | ทนต่อการฉีดน้ำเป็นลำที่รุนแรงกว่าระดับ 5 ตามเงื่อนไขการทดสอบ |
| 7 | Temporary immersion | ป้องกันผลเสียจากการแช่น้ำชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด |
| 8 | Continuous immersion | เหมาะกับการแช่น้ำต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่กำหนดสำหรับอุปกรณ์นั้น ซึ่งต้องตรวจรายละเอียดจากผู้ผลิต |
| 9 | High-pressure and high-temperature water jets | ป้องกันผลเสียจากน้ำแรงดันและอุณหภูมิสูงตามเงื่อนไขการทดสอบระดับ 9 |
เลขสูงกว่าไม่ได้ครอบคลุมการทดสอบน้ำทุกแบบเสมอไป
ระดับ 7 และ 8 เป็นการทดสอบด้านการแช่น้ำ ซึ่งต่างจากระดับ 5 และ 6 ที่เป็นการฉีดน้ำ ดังนั้นอุปกรณ์ที่ระบุเฉพาะ IPX7 หรือ IPX8 ไม่ควรถูกสรุปว่าได้ผ่าน Water jets ระดับ 5 หรือ 6 ด้วย หากอุปกรณ์รองรับหลายสภาวะ ผู้ผลิตสามารถระบุหลายรหัส เช่น IPX5/IPX7 ตามผลการทดสอบจริง
IP65 ไม่ได้หมายถึงจุ่มน้ำได้
IP65 มีเลขหลักที่สองเป็น 5 ซึ่งหมายถึงการป้องกันผลเสียจาก Water jets ตามเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ใช่การแช่น้ำ การแช่น้ำเริ่มอยู่ในระดับ 7 และ 8 ซึ่งมีวิธีทดสอบและเงื่อนไขคนละแบบ
ดังนั้นคำว่า “IP65 กันน้ำ” ไม่ควรถูกขยายความเป็น “ตกน้ำได้” หรือ “จุ่มน้ำได้” โดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างค่า IP ที่พบบ่อย อ่านอย่างไร?
เมื่อเข้าใจตัวเลขทั้งสองหลักแล้ว สามารถถอดความรหัส IP ได้โดยไม่ต้องจำทุกค่าเป็นชื่อแยก แต่ต้องจำไว้ว่าตารางนี้อธิบายเฉพาะระดับ IP ไม่ได้ยืนยันว่าอุปกรณ์เหมาะกับสถานที่หรือวิธีใช้งานใดโดยอัตโนมัติ
| ค่า IP | หลักแรก | หลักที่สอง | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| IP20 | ระดับ 2: วัตถุประมาณ 12.5 มม. และการเข้าถึงด้วยนิ้ว | ระดับ 0: ไม่มีการป้องกันน้ำที่ระบุ | ไม่ควรสรุปว่า “กันน้ำเล็กน้อย” เพราะเลขหลักที่สองคือ 0 |
| IP44 | ระดับ 4: วัตถุประมาณ 1 มม. ขึ้นไป | ระดับ 4: น้ำกระเด็นจากทิศทางต่าง ๆ | ไม่ได้หมายความว่าสามารถแช่น้ำหรือฉีดล้างแรง ๆ ได้ |
| IP54 | ระดับ 5: Dust-protected | ระดับ 4: น้ำกระเด็น | Dust-protected ไม่ใช่ Dust-tight |
| IP65 | ระดับ 6: Dust-tight | ระดับ 5: Water jets | ไม่ได้หมายถึงผ่านการแช่น้ำระดับ 7 หรือ 8 |
| IP66 | ระดับ 6: Dust-tight | ระดับ 6: Powerful water jets | ไม่ควรใช้เป็นหลักฐานว่าผ่านการแช่น้ำ |
| IP67 | ระดับ 6: Dust-tight | ระดับ 7: Temporary immersion | การแช่น้ำกับการฉีดน้ำเป็นคนละการทดสอบ |
| IP68 | ระดับ 6: Dust-tight | ระดับ 8: Continuous immersion | ต้องตรวจความลึก ระยะเวลา และเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด ไม่ควรเดาจากคำว่า IP68 อย่างเดียว |
| IP69 | ระดับ 6: Dust-tight | ระดับ 9: น้ำแรงดันและอุณหภูมิสูง | ไม่ได้หมายถึงผ่านระดับการแช่น้ำ 7 หรือ 8 หากไม่ได้ระบุรหัสนั้นด้วย |
IP20, IP44, IP54 และ IP65 ต่างกันอย่างไรเมื่อนำไปใช้จริง?
ตารางต่อไปนี้ใช้เป็น ตัวอย่างการเชื่อมค่า IP กับลักษณะสภาพแวดล้อมเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นที่มีค่า IP เดียวกันสามารถติดตั้งในตำแหน่งดังกล่าวได้ เพราะยังต้องตรวจคู่มือ วัสดุ อุณหภูมิ แสงแดด ฝนโดยตรง วิธีติดตั้ง สายเข้า-ออก ฝาปิด และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์รุ่นจริง
| ค่า IP | เลขหลักแรก | เลขหลักที่สอง | ตัวอย่างสภาพแวดล้อมที่อาจพิจารณา | ไม่ได้หมายความว่า |
|---|---|---|---|---|
| IP20 | 2 = ป้องกันวัตถุประมาณ 12.5 มม. และการเข้าถึงด้วยนิ้ว | 0 = ไม่มีระดับป้องกันน้ำที่ระบุ | ภายในบ้านที่แห้ง เช่น ห้องนอน ห้องทำงาน หรือพื้นที่ที่ไม่มีโอกาสโดนน้ำ หากคู่มือของผลิตภัณฑ์อนุญาต | ไม่ได้หมายถึงกันละอองน้ำ กันความชื้น หรือใช้กลางแจ้งได้ |
| IP44 | 4 = วัตถุประมาณ 1 มม. ขึ้นไป | 4 = น้ำกระเด็นจากทิศทางต่าง ๆ | พื้นที่กึ่งกลางแจ้งหรือจุดที่อาจมีน้ำกระเด็น อาจนำมาพิจารณาได้เมื่อผู้ผลิตระบุให้ใช้งานลักษณะนั้น และติดตั้งตามเงื่อนไข | ไม่ได้หมายถึงรับฝนหนักโดยตรง ฉีดน้ำแรง หรือจุ่มน้ำได้ |
| IP54 | 5 = Dust-protected | 4 = น้ำกระเด็น | พื้นที่ฝุ่นมากขึ้นหรือกึ่งกลางแจ้งที่มีน้ำกระเด็น อาจเหมาะกว่า IP44 ในด้านฝุ่น หากผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตให้ติดตั้งในบริบทนั้น | ไม่ได้หมายถึง Dust-tight และไม่ได้รองรับ Water jets หรือการแช่น้ำเพียงเพราะเลขรวมสูงกว่า IP44 |
| IP65 | 6 = Dust-tight | 5 = Water jets | พื้นที่กลางแจ้งหรือพื้นที่มีฝุ่นและน้ำมากกว่า อาจนำมาพิจารณาเมื่อผู้ผลิตระบุว่าอุปกรณ์ออกแบบสำหรับ Outdoor และเงื่อนไขติดตั้งจริงตรงกับที่กำหนด | ไม่ได้หมายถึงจุ่มน้ำได้ และไม่ได้หมายถึงทนแดด UV น้ำขัง สารเคมี ไอเกลือ หรือทุกสภาพอากาศโดยอัตโนมัติ |
อย่าเลือกตำแหน่งติดตั้งจากค่า IP เพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ IP65 อาจผ่านการทดสอบด้านฝุ่นและ Water jets แต่หากผู้ผลิตกำหนดให้ใช้เฉพาะภายใต้ชายคา หรือกำหนดให้ติดตั้งในทิศทางหนึ่ง ผู้ใช้ก็ต้องทำตามเงื่อนไขนั้น ไม่ควรนำเลข IP65 ไปขยายความว่าใช้กลางแจ้งแบบโดนแดดและฝนได้ทุกกรณี
ในทางกลับกัน พื้นที่ “กึ่งกลางแจ้ง” ก็ไม่ได้มีค่า IP ตายตัวหนึ่งค่า เพราะระเบียงใต้ชายคา โรงจอดรถเปิดข้าง และพื้นที่ล้างของมีรูปแบบน้ำ ฝุ่น และการติดตั้งต่างกัน ต้องประเมินสภาพจริงร่วมกับข้อมูลของสินค้า
วิธีดูค่า IP บนปลั๊กไฟก่อนซื้อหรือใช้งาน
ปลั๊กไฟทุกตัวไม่จำเป็นต้องมีค่า IP เดียวกัน และไม่ควรเดาระดับ IP จากรูปลักษณ์ ฝาปิด หรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว หากต้องการใช้งานในบริเวณที่มีฝุ่น ความชื้น หรือน้ำ ควรตรวจข้อมูลของรุ่นจริงตามขั้นตอนต่อไปนี้
| ขั้นตอน | สิ่งที่ต้องตรวจ | เหตุผล |
|---|---|---|
| 1. มองหารหัส IPxx | ตรวจตัวสินค้า ฉลาก บรรจุภัณฑ์ คู่มือ หรือข้อมูลทางเทคนิคจากผู้ผลิต | ไม่ควรประเมินระดับ IP จากหน้าตาสินค้า |
| 2. อ่านสองหลักแยกกัน | แยกเลขหลักแรกกับเลขหลักที่สอง | ทั้งสองหลักใช้บอกการป้องกันคนละประเภท |
| 3. แยก 0 ออกจาก X | เช็กว่ารหัสเป็น IP20, IP2X, IPX4 หรือรูปแบบอื่น | 0 คือไม่มีระดับการป้องกันที่ระบุ ส่วน X คือไม่ได้ระบุตัวเลขระดับนั้น |
| 4. ตรวจเงื่อนไขของผู้ผลิต | ดูตำแหน่งติดตั้ง ฝาปิด ทิศทางการติดตั้ง และสภาพขณะทดสอบ | ระดับการป้องกันอาจขึ้นอยู่กับการประกอบหรือการใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด |
| 5. ตรวจพิกัดอื่นร่วมด้วย | Volt, Amp, Watt, มาตรฐานสินค้า ระบบสายดิน และระบบป้องกัน | ค่า IP ไม่ได้บอกความสามารถในการรับโหลดหรือความปลอดภัยทางไฟฟ้าทั้งหมด |
| 6. เทียบกับตำแหน่งใช้งานจริง | ดูว่าเป็นภายในบ้าน กึ่งกลางแจ้ง หรือกลางแจ้ง มีฝนสาด น้ำฉีด น้ำขัง แดดโดยตรง ฝุ่นมาก หรือสารเคมีหรือไม่ | ค่า IP ครอบคลุมเฉพาะเงื่อนไขที่ระบุ ไม่ได้ครอบคลุมสภาพแวดล้อมทุกปัจจัย |
ถ้าปลั๊กไฟไม่ระบุค่า IP ทำอย่างไร?
ไม่ควรตั้งค่า IP ให้สินค้าเองหรือสรุปว่า “กันน้ำ” จากวัสดุ ฝาปิด หรือรูปทรง หากผู้ผลิตไม่ได้ระบุระดับ IP และไม่มีข้อมูลการทดสอบที่ตรวจสอบได้ ควรยึดคู่มือและข้อกำหนดการใช้งานของรุ่นนั้น โดยเฉพาะการใช้งานใกล้น้ำหรือกลางแจ้ง
ค่า IP อาจขึ้นอยู่กับสภาพที่ประกอบครบ
อุปกรณ์บางประเภทอาจได้ระดับ IP ภายใต้เงื่อนไขที่ฝาปิดปิดสนิท Cable Gland ขันถูกต้อง หรือ Connector อยู่ในสภาพที่กำหนด การเปิดฝา เสียบหัวต่อที่ไม่ตรงเงื่อนไข หรือประกอบไม่ครบ อาจทำให้สภาพใช้งานจริงไม่เหมือนกับสภาพที่ได้รับการทดสอบ ดังนั้นต้องตรวจเอกสารของรุ่นจริงว่าค่า IP ใช้กับสภาพใด
IP Rating ใช้แทน มอก. Watt หรือ Amp ได้หรือไม่?
ไม่ได้ เพราะข้อมูลแต่ละชุดตอบคนละคำถาม ค่า IP บอกระดับการป้องกันของตัวเรือนตามเงื่อนไขที่กำหนด ขณะที่พิกัด Volt, Amp และ Watt เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดทางไฟฟ้าของอุปกรณ์ ส่วนมาตรฐานผลิตภัณฑ์และเครื่องหมายรับรองต้องตรวจแยกตามประเภทของสินค้า

| ข้อมูล | ใช้บอกอะไร | ใช้แทนกันได้หรือไม่ |
|---|---|---|
| IP Rating | การป้องกันวัตถุแข็ง การเข้าถึงส่วนอันตราย และน้ำของตัวเรือน | ไม่สามารถใช้แทน Watt, Amp หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ได้ |
| Amp / Watt | พิกัดกระแสและกำลังไฟที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของรุ่นนั้น | ไม่ได้บอกระดับการกันน้ำหรือฝุ่น |
| มาตรฐาน / มอก. | การเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับประเภทผลิตภัณฑ์นั้น | ไม่ควรใช้แทนค่า IP หากไม่มีการระบุระดับ IP ของรุ่นนั้น |
ข้อควรระวังและความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IP Rating
ค่า IP เป็นข้อมูลสำคัญ แต่มีขอบเขตชัดเจน การนำไปใช้กับปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าควรอ้างอิงข้อมูลของรุ่นจริงและสภาพการติดตั้ง ไม่ควรขยายความหมายเกินสิ่งที่ผ่านการทดสอบ
สิ่งที่ไม่ควรสรุปจากค่า IP
- ไม่ควรตีความ IP20 ว่า “กันน้ำ 20%” เพราะตัวเลขไม่ใช่เปอร์เซ็นต์
- ไม่ควรตีความเลขหลักแรก 1–4 ว่าเป็นระดับการกันฝุ่นโดยตรง
- ไม่ควรสรุปว่า IP44 เหมาะกับกลางแจ้งทุกตำแหน่ง เพียงเพราะรองรับน้ำกระเด็นระดับ 4
- ไม่ควรสรุปว่า IP54 และ IP65 สามารถตากแดด ตากฝน หรือใช้งานกลางแจ้งถาวรได้โดยไม่ตรวจคู่มือของสินค้า
- ไม่ควรสรุปว่า IP65 สามารถจุ่มน้ำได้ เพราะระดับน้ำคือ 5 หรือ Water jets ไม่ใช่ Immersion
- ไม่ควรสรุปว่า IP68 ผ่าน Water jets ระดับ 5 หรือ 6 หากไม่มีการระบุหรือทดสอบเพิ่มเติม
- ไม่ควรสรุปว่า IP สูงกว่าเหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม เพราะแดด UV อุณหภูมิ ไอเกลือ สารเคมี น้ำขัง และแรงกระแทกเป็นปัจจัยคนละส่วนกับ IP Code
- ไม่ควรใช้ค่า IP แทนพิกัด Watt, Amp, ระบบป้องกันกระแสเกิน หรือมาตรฐานของปลั๊กไฟ
- ไม่ควรนำปลั๊กไฟไปใช้ในพื้นที่เปียกหรือกลางแจ้งเพียงเพราะดูเหมือนมีฝาปิด ต้องตรวจระดับ IP และคำแนะนำของรุ่นจริง
- ไม่ควรสมมติว่าค่า IP ยังเหมือนเดิมเมื่อฝาปิดเปิดอยู่ หัวต่อไม่ได้ปิดสนิท หรือประกอบไม่ตรงกับสภาพที่ผู้ผลิตกำหนด
แล้ว IP69K คืออะไร?
หากพบคำว่า IP69K ควรตรวจว่าผู้ผลิตอ้างอิงมาตรฐานใด เพราะตัวอักษร K พบในมาตรฐานเฉพาะบางประเภท เช่น ISO 20653 สำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าในยานยนต์ และมีข้อกำหนดที่ไม่ควรนำมาเทียบกับ IP69 ตาม IEC 60529 แบบอัตโนมัติ สำหรับปลั๊กไฟในบ้านควรยึดมาตรฐานและเอกสารของผลิตภัณฑ์นั้นโดยตรง
การเลือกปลั๊กไฟ BLL ควรตรวจอะไรนอกจาก IP Rating
บทความนี้ไม่ระบุว่าปลั๊กไฟ BLL รุ่นใดมีค่า IP ระดับใด เนื่องจากค่า IP ต้องยึดจากข้อมูลและผลการทดสอบของรุ่นจริง หากกำลังเลือกปลั๊กไฟ ควรตรวจพิกัดไฟ จำนวนช่อง ความยาวสาย มาตรฐาน ระบบป้องกัน และเงื่อนไขการใช้งานร่วมด้วย
| ต้องการตรวจ | หน้าที่เกี่ยวข้อง | ลิงก์ |
|---|---|---|
| วิธีเลือกปลั๊กไฟโดยรวม | ตรวจ Watt, Amp, จำนวนช่อง ระบบป้องกัน และลักษณะงาน | อ่านคู่มือเลือกปลั๊กไฟ |
| มาตรฐานปลั๊กไฟ | ตรวจฉลาก มอก. และพิกัดของรุ่นจริง | อ่านเรื่องปลั๊กไฟพ่วง มอก. |
| ดูหมวดปลั๊กไฟ | เปรียบเทียบประเภทและตรวจสเปกรุ่นจริงก่อนซื้อ | ดูหมวดปลั๊กไฟ BLL |
เลือกปลั๊กไฟ อย่าดูแค่ค่า IP
เริ่มจากดูตำแหน่งใช้งานและความเสี่ยงจากน้ำหรือฝุ่น จากนั้นตรวจค่า IP ของรุ่นจริง พร้อมตรวจ Watt, Amp, มาตรฐาน ระบบสายดิน และระบบป้องกันให้ครบก่อนตัดสินใจ ค่า IP สูงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกตำแหน่ง และระดับ Water jets ไม่ได้แปลว่าสามารถจุ่มน้ำได้
บทความและหน้าที่เกี่ยวข้อง
- ปลั๊กไฟคืออะไร? วิธีเลือกปลั๊กไฟให้เหมาะกับการใช้งาน
- วิธีดูปลั๊กไฟ มอก. และตรวจข้อมูลก่อนซื้อ
- ปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก. BLL
- ศูนย์รับประกันสินค้า BLL
- เกี่ยวกับ BLL Gadget
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IP Rating
1. IP Rating คืออะไร?
IP Rating หรือ IP Code คือรหัสที่ระบุระดับการป้องกันของตัวเรือนต่อการเข้าถึงส่วนอันตราย วัตถุแข็ง ฝุ่น และน้ำตามมาตรฐาน IEC 60529 โดยต้องอ่านตัวเลขแต่ละหลักแยกกัน
2. ตัวเลขหลักแรกของ IP Rating หมายถึงอะไร?
เลขหลักแรกมีระดับ 0–6 ใช้ระบุการป้องกันการเข้าสู่ภายในของวัตถุแข็งและการเข้าถึงส่วนอันตราย โดยระดับ 5 คือ Dust-protected และระดับ 6 คือ Dust-tight
3. ตัวเลขหลักที่สองของ IP Rating หมายถึงอะไร?
เลขหลักที่สองมีระดับ 0–9 ใช้ระบุการป้องกันผลเสียจากน้ำ ตั้งแต่น้ำหยด น้ำกระเด็น น้ำฉีดเป็นลำ การแช่น้ำ ไปจนถึงน้ำแรงดันและอุณหภูมิสูง
4. IP20 กันน้ำไหม?
IP20 ไม่มีระดับการป้องกันน้ำที่ระบุ เพราะเลขหลักที่สองเป็น 0 ส่วนเลข 2 เกี่ยวข้องกับการป้องกันวัตถุขนาดประมาณ 12.5 มม. ขึ้นไปและการเข้าถึงส่วนอันตรายด้วยนิ้วตามเกณฑ์
5. IP65 กับ IP67 ต่างกันอย่างไร?
ทั้ง IP65 และ IP67 มีเลขหลักแรก 6 จึงเป็น Dust-tight แต่ IP65 ผ่านการป้องกันน้ำแบบ Water jets ระดับ 5 ขณะที่ IP67 ระบุการป้องกันการแช่น้ำชั่วคราวระดับ 7 ซึ่งเป็นคนละวิธีทดสอบ
6. ถ้าเขียนว่า IPX4 หมายถึงอะไร?
IPX4 หมายถึงมีการระบุระดับการป้องกันน้ำเป็นระดับ 4 หรือน้ำกระเด็นตามเงื่อนไขการทดสอบ ส่วน X หมายถึงไม่ได้ระบุตัวเลขระดับการป้องกันวัตถุแข็งในตำแหน่งแรก
7. ค่า IP บอก Watt, Amp หรือมาตรฐาน มอก. ของปลั๊กไฟหรือไม่?
ไม่บอก ค่า IP ใช้อธิบายระดับการป้องกันของตัวเรือนตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วน Watt, Amp, มอก. ระบบสายดิน และระบบป้องกันทางไฟฟ้าต้องตรวจจากฉลากและข้อมูลของปลั๊กไฟรุ่นจริงแยกกัน
8. IP44, IP54 หรือ IP65 ใช้กลางแจ้งได้เลยไหม?
ยังสรุปไม่ได้จากค่า IP เพียงอย่างเดียว ค่า IP บอกการป้องกันของตัวเรือนตามการทดสอบ แต่การใช้งานกลางแจ้งยังต้องตรวจว่าผู้ผลิตอนุญาต Outdoor หรือไม่ รวมถึงแดด UV อุณหภูมิ ฝนโดยตรง น้ำขัง วิธีติดตั้ง ฝาปิด หัวต่อ และสภาพแวดล้อมอื่นด้วย
9. IP65 จุ่มน้ำได้ไหม?
ไม่ควรนำ IP65 ไปตีความว่าจุ่มน้ำได้ เพราะเลขหลักที่สองเป็น 5 ซึ่งเป็นการทดสอบ Water jets ส่วนการแช่น้ำอยู่ในระดับ 7 หรือ 8 และเป็นคนละวิธีทดสอบ
10. IP20, IP44, IP54 และ IP65 เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?
โดยตัวอย่าง IP20 มักนำไปพิจารณากับพื้นที่ภายในที่แห้ง IP44 และ IP54 อาจถูกพิจารณากับพื้นที่ที่มีน้ำกระเด็นหรือกึ่งกลางแจ้ง ส่วน IP65 ให้ระดับ Dust-tight และ Water jets แต่ตัวอย่างเหล่านี้ไม่ใช่คำอนุญาตใช้งานโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจคู่มือและข้อกำหนดของอุปกรณ์รุ่นจริงก่อนเสมอ
11. ค่า IP ยังเหมือนเดิมตอนเปิดฝาหรือเสียบสายอยู่หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับการออกแบบและเงื่อนไขการทดสอบของผลิตภัณฑ์ บางรุ่นได้ค่า IP เมื่อฝาปิดสนิทหรือเมื่อใช้ Cable Gland และ Connector ตามที่กำหนด จึงต้องดูคู่มือว่าระดับ IP ใช้กับสภาพประกอบแบบใด ไม่ควรสมมติว่าค่า IP เดิมครอบคลุมทุกสภาพการใช้งาน
สรุป อ่าน IP Rating ให้ดูตัวเลขทีละหลัก
การอ่าน IP Rating ที่ถูกต้องต้องเริ่มจากแยกเลขหลักแรกกับหลักที่สอง เลขหลักแรก 0–6 เกี่ยวข้องกับวัตถุแข็ง การเข้าถึงส่วนอันตรายและฝุ่น ส่วนเลขหลักที่สอง 0–9 เกี่ยวข้องกับน้ำตามรูปแบบการทดสอบที่แตกต่างกัน ดังนั้น IP20, IP44, IP54, IP65, IP67 หรือ IP68 จึงไม่ใช่คะแนนรวม แต่เป็นรหัสที่ต้องถอดความทีละตำแหน่ง
ในแง่การใช้งาน IP20 อาจพบในอุปกรณ์สำหรับภายในพื้นที่แห้ง ส่วน IP44 หรือ IP54 อาจถูกนำมาพิจารณาในพื้นที่กึ่งกลางแจ้งหรือบริเวณที่มีน้ำกระเด็น และ IP65 อาจพบในอุปกรณ์ที่ออกแบบมารับฝุ่นและ Water jets มากขึ้น แต่ ค่า IP เพียงอย่างเดียวไม่ได้ตัดสินว่าอุปกรณ์นั้นเหมาะกับ Indoor, Semi-outdoor หรือ Outdoor ต้องดูข้อกำหนดของผู้ผลิตด้วย
สำหรับปลั๊กไฟ อย่าใช้ค่า IP เป็นข้อมูลเดียวในการเลือกซื้อหรือกำหนดพื้นที่ใช้งาน ควรตรวจคู่มือ ฉลาก พิกัด Watt/Amp มาตรฐานของสินค้า ระบบไฟ และเงื่อนไขของรุ่นจริงร่วมกันเสมอ หากไม่มีการระบุค่า IP ที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรตั้งสมมติฐานว่าสินค้ากันน้ำหรือกันฝุ่นในระดับใด และต้องจำไว้ว่า IP65 ไม่ได้แปลว่าจุ่มน้ำได้ และ IP ที่สูงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกตำแหน่ง
เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูล
บทความนี้เรียบเรียงโดยอ้างอิงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ IP Code และระดับการป้องกันของตัวเรือนอุปกรณ์ไฟฟ้า การนำข้อมูลไปใช้กับผลิตภัณฑ์จริงควรตรวจสอบฉลาก คู่มือ ข้อมูลทางเทคนิค และเงื่อนไขการทดสอบของรุ่นนั้นเพิ่มเติม
- IEC 60529:1989+AMD1:1999+AMD2:2013 — Degrees of protection provided by enclosures (IP Code), Edition 2.2 — มาตรฐานหลักสำหรับการจำแนกระดับการป้องกันของตัวเรือนต่อการเข้าถึงส่วนอันตราย วัตถุแข็ง ฝุ่น และน้ำ
- IEC 60529:1989/AMD2:2013 — Amendment 2 — เอกสารแก้ไขของ IEC 60529 ที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดเพิ่มเติมของ IP Code รวมถึงระดับการป้องกันน้ำที่เพิ่มเติมในมาตรฐาน
- ISO 20653:2023 — Road vehicles — Degrees of protection (IP code) — มาตรฐานสำหรับระดับการป้องกันของตัวเรือนอุปกรณ์ไฟฟ้าในยานยนต์ ใช้อ้างอิงเมื่ออธิบายรหัส IP ในบริบทของยานยนต์ เช่นรหัสที่มีตัวอักษร K

