คู่มือเลือกปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟ คืออะไร? วิธีเลือกปลั๊กไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

ปลั๊กไฟควรเลือกจากพิกัดไฟและลักษณะการใช้งาน ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนช่องหรือราคา ก่อนซื้อควรตรวจสอบมาตรฐาน มอก. กำลังไฟ Watt / Amp จำนวนเต้ารับ สายดิน ระบบตัดไฟ และระบบป้องกันไฟกระชาก รวมถึงคำนวณโหลดของอุปกรณ์ที่จะเสียบพร้อมกัน เพื่อให้เลือกปลั๊กไฟได้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

ตรวจมาตรฐาน มอก. เช็กฉลาก รุ่น และข้อมูลมาตรฐานของสินค้ารุ่นจริง
ดู Watt และ Amp พิกัดปลั๊กต้องรองรับโหลดรวมของอุปกรณ์ที่ใช้งานพร้อมกัน
เลือกจำนวนช่องให้พอดี ช่องเยอะไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้โหลดสูงพร้อมกันทุกช่องได้
ดูระบบป้องกัน เช่น Circuit Breaker และ Surge Protection ตามลักษณะอุปกรณ์
ดูสายและสภาพแวดล้อม เลือกความยาวสายให้เหมาะ หลีกเลี่ยงสายตึง พับงอ หรือจุดที่เสี่ยงเสียหาย

ทำความเข้าใจก่อนเลือกซื้อ

ปลั๊กไฟคืออะไร

ปลั๊กไฟที่ใช้ต่อจากเต้ารับผนัง คืออุปกรณ์สำหรับเพิ่มจำนวนจุดจ่ายไฟ ทำให้สามารถเชื่อมต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้น จากแหล่งจ่ายไฟหนึ่งจุดได้ โดยแต่ละรุ่นมีจำนวนช่อง พิกัดกระแสไฟ ความยาวสาย และระบบป้องกันแตกต่างกัน

ปลั๊กไฟบางรุ่นมีเพียงเต้ารับหลายช่อง ขณะที่บางรุ่นอาจมีสวิตช์เปิด-ปิด, Circuit Breaker, Surge Protection, Safety Shutter, USB-A หรือ USB-C แต่การมีฟังก์ชันมากไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกการใช้งาน สิ่งสำคัญคือพิกัดไฟและข้อกำหนดของสินค้ารุ่นจริง

จำนวนช่อง

เลือกตามจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้จริง ไม่จำเป็นต้องเลือกมากที่สุดไว้ก่อน

พิกัดไฟ

ตรวจ Amp และ Watt สูงสุดก่อนเสียบอุปกรณ์หลายชิ้นพร้อมกัน

ระบบป้องกัน

เลือก Circuit Breaker หรือ Surge Protection ตามลักษณะการใช้งาน

ส่วนประกอบและฟังก์ชันสำคัญของปลั๊กไฟ เช่น จำนวนช่อง พิกัดไฟ Circuit Breaker Surge Protection Safety Shutter USB-A และ USB-C
ปลั๊กไฟแต่ละรุ่นอาจมีจำนวนช่อง พิกัด Watt / Amp และฟังก์ชันต่างกัน เช่น Circuit Breaker, Surge Protection, Safety Shutter, USB-A และ USB-C จึงควรตรวจสเปกรุ่นจริงก่อนเลือกซื้อ ไม่ควรตัดสินจากจำนวนช่องหรือรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
ข้อสำคัญ: จำนวนเต้ารับไม่ได้เป็นตัวบอกว่าปลั๊กไฟรองรับกำลังไฟได้มากขึ้น เช่น ปลั๊ก 6 ช่องไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้อุปกรณ์กำลังสูง 6 ชิ้นพร้อมกันได้

คำที่มักใช้แทนกัน

ปลั๊กไฟกับปลั๊กพ่วงต่างกันไหม

ในการใช้งานทั่วไป คนไทยมักใช้คำว่า “ปลั๊กไฟ” และ “ปลั๊กพ่วง” เรียกสินค้ากลุ่มเดียวกัน คือชุดเต้ารับที่ต่อจากเต้ารับหลัก เพื่อเพิ่มจำนวนช่องหรือเพิ่มระยะการใช้งาน

หัวข้อ ปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง
ความหมายทั่วไป คำกว้างที่ใช้เรียกอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อและจ่ายไฟ มักหมายถึงชุดเต้ารับที่ต่อขยายจากเต้ารับหลัก
ลักษณะสินค้า อาจมีหลายช่อง สวิตช์ USB หรือระบบป้องกัน มักมีสายต่อและเต้ารับหลายช่องสำหรับเพิ่มระยะหรือจำนวนจุดเสียบ
ตอนเลือกซื้อควรดู พิกัดไฟ จำนวนช่อง ระบบป้องกัน และมาตรฐาน พิกัดไฟ ขนาดและความยาวสาย จำนวนช่อง และโหลดรวม

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะค้นหาด้วยคำว่า ปลั๊กไฟ หรือ ปลั๊กพ่วง หลักการเลือกยังเหมือนกัน คือเริ่มจากอุปกรณ์ที่จะใช้งาน แล้วตรวจ Watt / Amp จำนวนช่อง ความยาวสาย และระบบป้องกันที่จำเป็น

ดูวิธีเลือกปลั๊กไฟว่าต้องเช็กอะไรบ้าง →

เช็กให้ครบก่อนตัดสินใจ

วิธีเลือกปลั๊กไฟ ต้องดูอะไรบ้าง

การเลือกปลั๊กไฟควรเริ่มจากอุปกรณ์ที่จะใช้งานจริงก่อน แล้วค่อยตรวจมาตรฐาน พิกัด Watt / Amp จำนวนช่อง สายดิน Circuit Breaker, Surge Protection และพอร์ต USB หรือ USB-C ตามความจำเป็น เพื่อไม่ให้เลือกจากจำนวนช่อง ราคา หรือฟังก์ชันบนกล่องเพียงอย่างเดียว

1

ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. ของรุ่นจริง

ควรตรวจข้อมูลมาตรฐานของสินค้ารุ่นจริง รวมถึงชื่อรุ่น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า พิกัดไฟ และข้อมูลบนฉลาก ไม่ควรดูเฉพาะเครื่องหมายหรือข้อความโฆษณาบนกล่อง

อ่านวิธีตรวจสอบปลั๊กไฟ มอก. แบบละเอียด →
2

ดูพิกัด Watt และ Amp ก่อนดูจำนวนช่อง

หากเสียบหลายอุปกรณ์พร้อมกัน ต้องรวมกำลังไฟของทุกชิ้น แล้วเปรียบเทียบกับพิกัดสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุบนปลั๊กไฟรุ่นจริง

หลักคิดง่าย ๆ: จำนวนช่องมากขึ้นไม่ได้ทำให้พิกัด Watt หรือ Amp สูงขึ้นตามจำนวนช่อง
อ่านวิธีคำนวณโหลดและวัตต์ก่อนเลือกปลั๊กไฟ →
3

เลือกจำนวนช่องให้ตรงกับอุปกรณ์ที่ใช้จริง

หากมีคอมพิวเตอร์ จอภาพ Router ลำโพง และอุปกรณ์เสริมหลายชิ้น ควรเลือกจำนวนช่องให้เพียงพอโดยไม่ต้องต่อปลั๊กพ่วงซ้อนกัน และควรเผื่อช่องเพียงเล็กน้อยตามแผนใช้งานจริง

ดูวิธีเลือกปลั๊กไฟ 3 ช่อง กับ 5 ช่อง →
วิธีเลือกปลั๊กไฟจากมาตรฐาน มอก. Watt Amp จำนวนช่อง สายดิน Circuit Breaker และ Surge Protection
ก่อนเลือกปลั๊กไฟ ควรเช็กมาตรฐานของรุ่นจริง พิกัด Watt / Amp จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องเสียบพร้อมกัน สายดิน Circuit Breaker และ Surge Protection ตามลักษณะการใช้งาน โดยจำนวนช่องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกความสามารถในการรองรับโหลดได้
4

ดูระบบสายดินและชนิดขาปลั๊ก

หากใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบให้ใช้สายดิน ควรตรวจทั้งปลั๊กไฟ เต้ารับผนัง และระบบไฟต้นทาง เพราะการมีปลั๊ก 3 ขาไม่ได้ยืนยันว่าระบบสายดินของอาคารใช้งานได้จริง

5

พิจารณา Circuit Breaker หรือระบบตัดไฟเกิน

Circuit Breaker ช่วยตัดวงจรเมื่อกระแสเกินตามเงื่อนไขที่ออกแบบไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้งานเกินพิกัดได้ หากระบบตัดบ่อยควรลดโหลดและตรวจหาสาเหตุก่อนใช้งานต่อ

อ่านสาเหตุปลั๊กไฟตัดบ่อย →
6

ดูว่าจำเป็นต้องมี Surge Protection หรือไม่

Surge Protection อาจเหมาะกับคอมพิวเตอร์ ทีวี เครื่องเสียง NAS Router หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท โดยช่วยลดผลกระทบจากแรงดันไฟกระชากบางลักษณะ แต่ไม่ใช่ UPS และไม่ใช่ระบบป้องกันฟ้าผ่าทั้งอาคาร

อ่านคู่มือ Surge Protection →
7

ถ้าต้องชาร์จอุปกรณ์ ให้ดู USB-A และ USB-C เพิ่ม

ควรตรวจจำนวนพอร์ต กำลังจ่าย และระบบชาร์จที่รองรับ โดยเฉพาะ USB-C เพราะการมีพอร์ต Type-C ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับ Power Delivery หรือชาร์จ Notebook ได้ทุกรุ่น

เปรียบเทียบ PD20W, QC 3.0 และ USB 2.4A →

สรุปก่อนเลือกซื้อ

ต้องดู เช็กอะไร
มอก. ตรวจข้อมูลมาตรฐาน รุ่นจริง และผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
Watt / Amp รองรับโหลดรวมของอุปกรณ์ที่ใช้พร้อมกัน
จำนวนช่อง เลือกให้พอดีกับจำนวนอุปกรณ์จริง ไม่ใช้แทนการประเมินโหลด
สายดิน ตรวจทั้งปลั๊กไฟ เต้ารับ และระบบไฟต้นทาง
Circuit Breaker ช่วยตัดวงจรเมื่อกระแสเกินตามเงื่อนไขของรุ่นนั้น
Surge Protection พิจารณาตามประเภทอุปกรณ์และความเสี่ยงด้านแรงดันกระชาก
USB / USB-C ดูจำนวนพอร์ต กำลังจ่าย PD/QC และการแบ่งไฟเมื่อใช้พร้อมกัน
จำง่าย: เริ่มจากอุปกรณ์ → รวมโหลด → เช็ก Watt / Amp → เช็กมาตรฐาน → เลือกจำนวนช่อง → เลือกระบบป้องกันและพอร์ตเสริมที่จำเป็น

เลือกจากงานที่ใช้จริง

ตารางเลือกปลั๊กไฟตามการใช้งาน

การเลือกปลั๊กไฟควรดูทั้งประเภทอุปกรณ์ จำนวนชิ้นที่เสียบพร้อมกัน พิกัดโหลด และพื้นที่ใช้งาน ตารางนี้ช่วยให้เลือกแนวทางได้เร็วขึ้น ก่อนตรวจรุ่นสินค้าและพิกัดจริงอีกครั้ง

การใช้งาน สิ่งที่ควรเน้น จำนวนช่องโดยทั่วไป
บ้านทั่วไป พิกัดไฟ จำนวนช่อง ความยาวสาย และ Circuit Breaker 3–5 ช่อง
คอนโด ขนาดกะทัดรัด การจัดสาย จำนวนช่อง และพื้นที่วาง 3–5 ช่อง
คอมพิวเตอร์ โหลดรวม Surge Protection และจำนวนช่องให้พอกับอุปกรณ์ 4–6 ช่อง
Gaming โหลดของ PC จอ Console ลำโพง และอุปกรณ์เสริม 5–8 ช่อง
ทีวี / เครื่องเสียง Surge Protection การจัดสาย และจำนวนอุปกรณ์ AV 3–6 ช่อง
สำนักงาน จำนวนอุปกรณ์ การแยกโหลด และความยาวสาย 5–8 ช่อง
เครื่องใช้กำลังสูง Watt, Amp, คู่มือผู้ผลิต และพิกัดเต้ารับต้นทาง ไม่ควรเลือกจากจำนวนช่อง
จำนวนช่องเป็นเพียงแนวทางด้านความสะดวก ไม่ใช่พิกัดกำลังไฟ ก่อนใช้งานต้องรวม Watt ของอุปกรณ์ทั้งหมดที่เสียบพร้อมกัน

เลือกจำนวนช่องให้พอดี

ปลั๊กไฟกี่ช่องเหมาะกับงานแบบไหน

ควรเลือกให้มีช่องเพียงพอกับอุปกรณ์ที่ใช้จริง โดยไม่ต้องต่อปลั๊กพ่วงซ้อนกัน แต่ไม่ควรใช้จำนวนช่อง เป็นตัวแทนของความสามารถในการรองรับโหลด

3 ช่อง

เหมาะกับ Notebook, Monitor, ที่ชาร์จ หรือทีวีพร้อมกล่องรับสัญญาณ

4–5 ช่อง

เหมาะกับบ้านทั่วไปและโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์หลายชิ้น

6 ช่อง

เหมาะกับโต๊ะคอม Gaming หรือสำนักงาน เมื่อควบคุมโหลดรวมได้เหมาะสม

8 ช่อง

เหมาะกับจุดที่มีอุปกรณ์หลายชิ้นจริง ๆ แต่ต้องระวังโหลดเกินพิกัด

หลักเลือกง่าย ๆ: นับจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้พร้อมกัน แล้วเผื่อช่องว่างเล็กน้อย แต่ให้ตัดสินจาก Watt / Amp เป็นหลัก

เข้าใจพิกัดก่อนใช้งาน

ปลั๊กไฟ 10A กับ 16A ต่างกันอย่างไร

ความต่างหลักอยู่ที่พิกัดกระแสไฟที่รองรับได้ตามเงื่อนไขของสินค้า โดย 16A รองรับกระแสสูงกว่า 10A แต่ไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ต้องตรวจ Watt, Amp, สายไฟ และระบบไฟต้นทางร่วมกัน

10A — ประมาณ 2,300W ที่ 230V

เหมาะกับอุปกรณ์ทั่วไป เช่น คอมพิวเตอร์ ทีวี Router จอภาพ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อโหลดรวมไม่เกินพิกัด

16A — ประมาณ 3,680W ที่ 230V

รองรับพิกัดสูงกว่า แต่ยังต้องตรวจปลั๊ก สายไฟ เต้ารับ และเครื่องใช้ไฟฟ้าว่ารองรับการใช้งานจริงหรือไม่

หัวข้อ 10A 16A
กระแสไฟ 10 แอมป์ 16 แอมป์
กำลังไฟโดยประมาณที่ 230V 2,300W 3,680W
เหมาะกับ งานทั่วไปภายในบ้านและโต๊ะทำงาน งานที่ต้องการพิกัดสูงขึ้น โดยต้องตรวจระบบไฟ
เลือกจาก Amp อย่างเดียวได้ไหม ไม่ได้ ไม่ได้

วิธีคำนวณโหลดก่อนใช้ปลั๊กไฟ

ให้รวมกำลังไฟของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่จะใช้งานพร้อมกัน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับพิกัดสูงสุดของปลั๊กไฟ

กำลังไฟ (W) = แรงดันไฟ (V) × กระแสไฟ (A)

Desktop PC

500W

Monitor 2 จอ

120W

Router

20W

ลำโพง

60W

โหลดรวมตัวอย่าง: 700W
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ควรใช้ค่าจากฉลากหรือคู่มืออุปกรณ์จริง
ตัวอย่างการคำนวณโหลดเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนเลือกปลั๊กไฟ โดยรวมกำลังไฟของอุปกรณ์แล้วเปรียบเทียบกับพิกัด Watt และ Amp
ก่อนเลือกปลั๊กไฟควรรวมกำลังไฟของอุปกรณ์ทุกชิ้นที่จะใช้งานพร้อมกัน แล้วเปรียบเทียบกับพิกัด Watt และ Amp ที่ระบุบนปลั๊กไฟ โดยใช้ค่าจากฉลากหรือคู่มือของอุปกรณ์จริงเป็นหลัก

หากต้องการดูวิธีคำนวณอย่างละเอียด รวมถึงตัวอย่างพิกัด 2,300W และ 3,680W อ่านต่อที่ วิธีคำนวณวัตต์ก่อนเลือกปลั๊กไฟ →

ตรวจสภาพก่อนเสียบใช้งาน

ปลั๊กไฟแบบไหนไม่ควรใช้

หากตัวปลั๊กหรือสายไฟมีสภาพผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบก่อน แม้พิกัดบนฉลากจะดูเพียงพอก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อพบความร้อนผิดปกติ กลิ่นไหม้ รอยดำ หรือเต้ารับหลวม

เต้ารับหลวม

เสียบแล้วไม่แน่นหรือมีการโยกผิดปกติ

มีรอยไหม้หรือดำ

บริเวณเต้ารับ ขาปลั๊ก หรือสายมีรอยผิดปกติ

สายแตกหรือแข็ง

ฉนวนเสื่อม แตก หัก หรือแข็งกว่าปกติ

ตัวปลั๊กแตกร้าว

โครงสร้างภายนอกเสียหายหรือมีชิ้นส่วนหลุด

มีกลิ่นไหม้

ควรหยุดใช้งานทันทีและตรวจสอบสาเหตุ

ต่อปลั๊กพ่วงซ้อนกัน

เพิ่มโอกาสประเมินโหลดผิดและเพิ่มจุดเชื่อมต่อในระบบ

ควรหยุดใช้ทันทีเมื่อผิดปกติ: หากปลั๊กร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ รอยดำ เสียงจี่ เกิดประกายไฟซ้ำ หรือเต้ารับหลวม ควรถอดใช้งานเมื่อสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและตรวจหาสาเหตุก่อนใช้ต่อ

อ่านเพิ่มเติม: ปลั๊กไฟร้อน อันตรายไหม →

ดูสาเหตุที่ปลั๊กไฟไหม้หรือเกิดรอยดำ →

ตรวจข้อมูลของรุ่นจริง

วิธีตรวจสอบ มอก. ของปลั๊กไฟ

ควรตรวจข้อมูลบนตัวสินค้าและฉลากให้ตรงกับรุ่นจริง ไม่ควรดูเพียงโลโก้หรือข้อความบนกล่อง หากเป็นชุดสายพ่วงควรตรวจมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับสินค้ารุ่นนั้น รวมถึงพิกัดไฟและข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า

  • ตรวจชื่อรุ่นสินค้า
  • ดูชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า
  • ตรวจพิกัด Volt / Amp / Watt
  • ดูข้อมูลมาตรฐานของรุ่นจริง
  • ตรวจสภาพสาย ขาปลั๊ก และเต้ารับก่อนใช้งาน
ตัวอย่างตำแหน่งฉลากปลั๊กไฟสำหรับตรวจสอบรุ่น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า พิกัด Volt Amp Watt และข้อมูลมาตรฐาน
ก่อนซื้อหรือใช้งาน ควรตรวจชื่อรุ่น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า พิกัด Volt / Amp / Watt และข้อมูลมาตรฐานบนตัวสินค้าให้ตรงกับรุ่นจริง ไม่ควรพิจารณาจากเครื่องหมายหรือข้อความบนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว

อ่านวิธีตรวจสอบปลั๊กไฟ มอก. แบบละเอียด →

หากต้องการเข้าใจภาพรวมก่อนเลือกซื้อ สามารถกลับไปดู 7 จุดที่ควรตรวจ ก่อนเลือกปลั๊กไฟ →

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ตรวจข้อมูลมาตรฐานและความปลอดภัยจากแหล่งทางการ

นอกจากตรวจฉลากและข้อมูลของสินค้ารุ่นจริงแล้ว ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลมาตรฐานและแนวทางด้านความปลอดภัยไฟฟ้า จากหน่วยงานทางการเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกซื้อ และใช้งานปลั๊กไฟ

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานของชุดสายพ่วงและอุปกรณ์ไฟฟ้า

ตรวจสอบข้อมูลจาก สมอ. →

การไฟฟ้านครหลวง (MEA)

ใช้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานไฟฟ้าและปลั๊กพ่วงอย่างเหมาะสม รวมถึงแนวทางลดความเสี่ยงจากการใช้งานผิดประเภท

อ่านข้อมูลจาก MEA →

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

ใช้ศึกษาคำแนะนำด้านความปลอดภัยไฟฟ้า โดยเฉพาะการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า โหลดไฟ และการใช้งานปลั๊กพ่วงอย่างเหมาะสม

อ่านข้อมูลจาก PEA →
หมายเหตุ: ข้อมูลจากหน่วยงานทางการใช้เป็นข้อมูลประกอบ แต่ก่อนใช้งานจริงยังควรตรวจฉลาก คู่มือ พิกัด Watt / Amp และสภาพของปลั๊กไฟหรือระบบไฟต้นทางของแต่ละจุดใช้งาน

เลือกจากลักษณะการใช้งาน

ปลั๊กไฟ BLL รุ่นไหนเหมาะกับงานแบบไหน

ไม่มีปลั๊กไฟรุ่นเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรเริ่มจากจำนวนอุปกรณ์ พิกัดโหลด ระยะสาย และฟังก์ชันที่ต้องใช้จริง แล้วตรวจรายละเอียดรุ่นอีกครั้งก่อนเลือกซื้อ

บ้าน / โต๊ะทำงานทั่วไป

BLL B62

4 ช่อง 1 สวิตช์รวม สาย 3 เมตร พิกัด 2300W / 10A เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่ต้องการ USB

ดูรายละเอียด B62 →

คอม / อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

BLL B25

4 ช่อง พร้อม USB และ Type-C รวมถึง Surge Protection เหมาะกับโต๊ะทำงานที่มีอุปกรณ์หลายประเภท

ดูรายละเอียด B25 →

ต้องการหลายช่อง

BLL B32

8 ช่อง สาย 3 เมตร พิกัด 2300W / 10A เหมาะกับจุดที่มีอุปกรณ์หลายชิ้น โดยต้องควบคุมโหลดรวม

ดูรายละเอียด B32 →

USB / Type-C

BLL B26

4 ช่อง พร้อม USB และ Type-C รวมถึง Surge Protection เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสียบและชาร์จอุปกรณ์จากชุดเดียว

ดูรายละเอียด B26 →
หมายเหตุ: ควรตรวจพิกัด คุณสมบัติ และรายละเอียดของสินค้ารุ่นจริงก่อนเลือกซื้อ

ดูปลั๊กไฟ BLL ทั้งหมด →

คำถามที่พบบ่อย

FAQ เกี่ยวกับการเลือกปลั๊กไฟ

ปลั๊กไฟกับปลั๊กพ่วงต่างกันไหม?

ในการใช้งานทั่วไปมักใช้เรียกสินค้ากลุ่มเดียวกัน เวลาซื้อควรดูพิกัดและคุณสมบัติของรุ่นจริงมากกว่าชื่อเรียก

ปลั๊กไฟ 10A กับ 16A แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีแบบใดดีกว่าเสมอไป 16A รองรับกระแสสูงกว่า แต่ต้องตรวจระบบสาย เต้ารับ และอุปกรณ์ร่วมด้วย

ปลั๊กไฟกี่ช่องถึงจะพอดี?

ให้นับอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานพร้อมกันจริงแล้วเผื่อเล็กน้อย แต่จำนวนช่องไม่ใช่ตัวกำหนดพิกัดไฟ

Surge Protection จำเป็นไหม?

ขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์ โดยอาจเหมาะกับคอมพิวเตอร์ ทีวี Router NAS และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางประเภท

USB-C บนปลั๊กไฟชาร์จ Notebook ได้ไหม?

ไม่เสมอไป ต้องตรวจว่ารองรับ Power Delivery หรือไม่ และจ่ายกำลังได้กี่วัตต์

ใช้ปลั๊กพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงได้ไหม?

ต้องตรวจคู่มือเครื่องใช้ พิกัด Watt / Amp และข้อกำหนดของปลั๊กพ่วงก่อนใช้งาน

ตรวจปลั๊กไฟ มอก. อย่างไร?

ตรวจรุ่น ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า พิกัดไฟ และข้อมูลมาตรฐานของสินค้ารุ่นจริง

อ่านวิธีตรวจ มอก. แบบละเอียด →
ปลั๊กไฟมีรอยดำหรือเต้ารับหลวมยังใช้ต่อได้ไหม?

ไม่ควรฝืนใช้ ควรถอดอุปกรณ์และตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีความร้อน กลิ่นไหม้ รอยดำ หรือเต้ารับหลวม

อ่านต่อแบบละเอียด

บทความที่เกี่ยวข้องกับปลั๊กไฟ

วิธีดูปลั๊กไฟ มอก.

ตรวจข้อมูลมาตรฐาน รุ่น ฉลาก และข้อมูลก่อนซื้อ

อ่านบทความ →

ปลั๊กกันไฟกระชากคืออะไร

ทำความเข้าใจ Surge Protection และข้อจำกัดของระบบ

อ่านบทความ →

ดูปลั๊กไฟ BLL ทั้งหมด

เปรียบเทียบจำนวนช่อง พิกัด สาย และคุณสมบัติของแต่ละรุ่น

ดูสินค้าทั้งหมด →

เกี่ยวกับ BLL

ข้อมูลแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และบริการหลังการขาย

รู้จัก BLL →
Shopping Cart