7 เคล็ดลับต้องรู้ ก่อนซื้อ Powerbank!

Last updated: Nov 28, 2018  |  552 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

7 เคล็ดลับต้องรู้ ก่อนซื้อ Powerbank!

ในปัจจุบัน Powerbank หรือ แบตสำรอง เป็นสิ่งที่สำคัญค่อนข้างมากสำหรับคนใช้โทรศัพท์มือถือ มันช่วยในยามฉุกเฉินเมื่อแบตโทรศัพท์ใกล้หมด หรือแบตหมดแล้ว หลายคนต้องเคยมีประสบการณ์เรื่องแบตหมดกลางคันแน่นอน หงุดหงิดไหม?

App หรือ โปแกรมต่างๆ ในปัจจุบันมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และ Lifestyle คนในปัจจุบันวันๆ ก็อยู่กับมือถือแทบจะทั้งวัน เช่น ดูหนัง ฟังเพลง แชท ใช้ App ดูข้อมูลต่างๆ แล้วแบตมือถือจะไม่หมดเร็วได้ยังไง แล้วจะทำไงดี?

แน่นอน คุณก็จำเป็นจะต้องมี Powerbank เอาไว้มาช่วยในยามฉุกเฉิน หรือ ติดตัวไว้ กันเหนียว อุ่นใจกว่าเยอะ แต่ปัญหา คือ จะเลือกซื้อ Powerbank ยังไงดี ถึงจะคุ้มกับเงินที่เราต้องไปซื้อมาใช้ วันนี้ เรามีเคล็ดลับ 7 เคล็ดลับที่ต้องรู้ ก่อนซื้อ Powerbank มาแชร์กัน มีประโยชน์นะ อ่านก่อนสิ คุ้มกับเงินและเวลาด้วย! 

 

 

1.     วิธีคำนวณแบบง่ายๆ ในการเลือกซื้อ Powerbank
ต้องดูก่อนว่าโทรศัพท์ของคุณมีความจุแบตเตอรี่เท่าไหร่ (เช็คได้จาก Google เลย) เช่น ถ้ามือถือมีความจุแบตเตอรี่ 3000mAh ถ้าคุณอยากชาร์จแบเตอรี่สัก 3 รอบ ก็ต้องเอา 3 ไปคูณ เช่น 3000mAh x 3 รอบ = 9000mAh แต่ขอแนะนำว่าคุณควรเลือก ความจุของ Powerbank ให้เยอะกว่าตัวเลขที่คำนวณมาได้ ในตัวอย่างนี้ได้ 9000 mAh ก็ควรเลือก Powerbank ที่มีความจุ 12000mAh ขึ้นไป เพราะตัว Powerbank มีอัตราสูญเสียระหว่างการชาร์จอยู่แล้ว ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดจะดีกว่า

 

2. เลือกซื้อที่ความจุแบเตอรี่ ที่ความจุมาก
แสดงว่า Powerbank สามารถชาร์จได้หลายรอบ แต่จำนวนชั่วโมงในการชาร์จะมากด้วย เช่น 1 ชั่วโมง ชาร์จได้ 1000 mAh ถ้า Powerbank ขนาด 12000mAh ถ้าจะชาร์จให้เต็มต้องใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 10-12 ชั่วโมง

 

 

3.     เลือกซื้อโดยการดูประเภทของแบตเตอรี่
ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภทในตลาดที่ใช้กันโดยทั่วไป คือ

3.1 ลิเธียม ไอออน แบตเตอรี่ (Lithium Ion Battery)

ข้อดี คือ เป็นที่นิยมใช้แพร่หลาย ราคาจึงไม่แพง

ข้อเสีย คือ หากปล่อยให้แบตหมดบ่อยๆ จะเสื่อมคุณภาพเร็ว

 

3.2 ลิเธียมโพลิเมอร์ แบตเตอรี่  (Lithium Polymer Battery) (แนะนำเลือกตัวนี้)

ข้อดี คือ ชาร์จกับโทรศัพท์ได้นานขึ้น การคายประจุน้อย (Powerbank ใช้งานได้นานมากขึ้น) ปลอดภัยสูงกว่า
โดยปกติในใบรายละเอียดสินค้า หรือ หลังกล่องจะบอกเกี่ยวประเภทแบตเตอรี่นี้ไว้อยู่

ข้อเสีย คือ เป็นแบตเตอรี่แบบใหม่ ราคาจึงค่อนข้างแพง ถ้าเทียบกับ Li-ion

 

 

4.  เลือกซื้อจากหัวเสียบหรือช่องเสียบ
ปัจจุบันมีอยู่ 3 แบบหลักๆ คือ iPhone (lighting port), Type C, Micro USB เลือกให้ถูกกับโทรศัพท์ของเรา เพราะของแต่ละค่ายหัวเสียบ ช่องเสียบไม่เหมือนกัน

 

 

5.  ถ้าอยากให้ชาร์จเต็มเร็ว (Fast Charge, Quick Charge)

หลักการเลือก คือ
*Powerbank ต้องจ่ายไฟ (output) ที่ 2.1A ได้
*โทรศัพท์มือถือต้องรองรับ 2.1A ได้
*สายชาร์จก็ต้องรับรอง 2.1A ด้วยเช่นกัน

สังเกตได้ว่า ตัวเลข 2.1A จะมีในทั้ง 3 ส่วน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ชาร์จได้เต็มเร็วขึ้น

 

คำแนะนำเพิ่มเติม

*ถ้าตัวแบตสำรองเขียนไว้ว่า Input: DC 5V-2.1A (max) หมายถึง ไฟบ้านเข้าตัว Powerbank ได้สูงสุดถึง 2.1A Powerbank จะชาร์จเต็มเร็ว


*ถ้าตัวแบตสำรองเขียนไว้ว่า Output: DC 5V-2.1A หมายถึง ไฟจาก Powerbank เข้ามือถือ ถ้ามีตัวเลข 2.1A จะชาร์จเต็มเร็ว
แต่ถ้าเป็น 1.0A จะชาร์จเต็มช้า



 

6. ก่อนจ่ายเงินจริง
ต้องทดสอบให้แน่ใจก่อนทุกครั้งว่าใช้ได้แน่นอน ตรวจสอบไฟแสดงสถานะว่าชาร์จไฟเข้าหรือไม่

 

 

7. ต้องมีการรับประกัน
สามารถติดต่อกับแหล่งที่ซื้อได้ ส่งซ่อม ส่งเคลมได้ และสามารถติดต่อกับบริษัทแม่ได้ ไม่งั้นเสียงเงินทิ้ง ไม่คุ้ม หงุดหงิดด้วย

 

เป็นยังไงกันบ้างครับ สำหรับเคล็ดลับ 7 ข้อที่ต้องรู้ก่อนซื้อ Powerbank ผมว่าทำการบ้านกันสักนิด ก่อนจะซื้อ มีประโยชน์มากเลยนะ จะได้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป และเราก็จะได้พาวเวอร์แบงค์ดีๆ ที่ตรงกับความต้องการของเราไว้ใช้งานด้วย แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องการเลือกซื้อ การใช้งาน หรือปัญหาอื่นๆ สอบถามทางทีมงานเราได้ครับ เรามีผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะคอยให้คำตอบและบริการตลอดอายุการใช้งานครับ

ติดต่อสอบถาม Line:@bllgadget
ดูสินค้า www.bllgadget.com

 

Powered by MakeWebEasy.com